หน้าเว็บ

www.mi-favorita.blogspot.com

www.mi-favorita.blogspot.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guitar Maker แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Guitar Maker แสดงบทความทั้งหมด

6.21.2555

กีต้าร์ 10 สาย ของ Ivan Padovec

อีวาน ปาโดวา ( Ivan Padovec ) เกิดใน Varaždin ประเทศโครเอเชีย ( 17 July 1800-4 Nov 1873 )
เล่นกีต้าร์
Ivan Padovec
บางครั้งเจอ คำว่า Padovec,( Padovectz, Padowetz ในภาษาโครเอเซีย ) บ้างให้รู้ว่าเป็นคนๆเดียวกันนะครับ    พ่อ-แม่ของเขา เป็นผู้อพยบชาวเช็ค โดย Padovec เริ่มสนใจดนตรีเมื่ออายุประมาณ 17 ปี ( 1817 ) เริ่มต้นเรียนเครื่องดนตรีชิ้นแรกคือไวโอลินก่อน    ในปี 1818 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Padovecเลยเพราะ เขาติดตามลุงไปเวียนนาและได้ชมคอนเสิร์ดคลาสสิคกีต้าร์ที่แสดงโดย Mauro Giuliani    
หลังจากเขาได้ชมการแสดงของนักกีต้าร์ระดับตำนานผ่านไป ทำให้เขาตัดสินใจที่จะ เล่นกีต้าร์ทันที   
ขณะที่เดินทางกลับบ้านเขาเริ่มเรียนรู้โดยตัวเอง ความสนใจและการเรียนรู้ด้วยตัวเองทำให้เขามีการพัฒนาอย่างร็วดเร็ว แต่หลังจากนั้น น่าเสียดายที่เขาเลิกเรียนกีต้าร์ไป 

เล่นกีต้าร์
 Ivan Padovec



หลังจากนั้นในปี 1819 เขาเริ่มเรียนเปียโน  ทั้งทฤษฏีและการประสานเสียงกับ Juray K. Morgenstern ( 1783-1855 )โดยศึกษาอยู่ 5 ปี หลังจากนั้นเขาได้รับความนิยมในฐานะ นักประพันธ์และนักกีต้าร์  ในปี 1827 เขาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองใหญ่ของโครเอเชีย ถัดจากนั้นไป 1 ปี เขาเดินทางไปเวียนนาที่นี่เขาประสพสำเร็จอย่างสูงในฐานะ ครูและ นักเล่นกีต้าร์คอนเสิร์ต   ต้นฉบับเพลงของเขาถูกพิมพ์โดย Anton Diabelli   เขาอาศัยในกรุงเวียนาจนกระทั่งปี 1837 , ระหว่างเวลานี้ ( ที่อยู่ในเวียนนา ) เขาได้แสดงคอนเสิร์ตไปหลายที่เช่นซาเกร็บ ( เมืองหลวงของโครเอเชีย ),เวียนนา,กรุงปราก, บูดาเปสต์, ฮัมบูร์ก,เยอร์มัน  , โปแลนด์, รัสเซีย และ ลอนดอน ฯลฯ 


1836 เขาเริ่มมีปัญหาในการมองเห็นจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่ Varaždin 

กีต้าร์ 10 สาย
กีต้าร์ 10 สายระบุใน labelว่าสร้างโดย  Friedrich Schenck ,1841
ใน ปี 1840 ปัญหาเกี่ยวกับสายตาเริ่มดีขึ้น เขาจึงเริ่มเล่นคอนเสิร์ตแถวๆบ้าน  ในช่วงนี้เขาได้เขียน บทเพลง อย่างมากมายและต่อเนื่อง และ Guitar Methodของเขา ตีพิมพ์ในปี 1842 โดย Viennese publisher Werner และช่วงเวลาเดียวกันได้รับรางวัลการแข่งขันกีต้าร์เป็นครั้งแรกในรัสเซีย     ทางด้านนวัตกรรม เขาได้ออกแบบกีต้าร์ 10 สาย โดยเพิ่มสายเบสอีก 4 สายคือ สายA,B,C,D กีต้าร์ตัวนี้สร้างประมาณปี 1841-1842 ทำโดย Staufer นักทำกีต้าร์ ( Guitar Maker ) ที่มีชื่อเสียงชาว เวนนิช  ( รูปด้านบนสุด ผมคิดว่ากีต้าร์น่าจะทำเสร็จปลายๆปี 41 หลังจากเล่นคอนเสริตร์ในกรุงเวียนาและ รูปนี้น่าจะถ่ายปี 1842 ในกรุงเวียนนา) 


ปี 1849 เป็นปีที่แย่ ตาเขาบอดสนิท ทำให้ไม่มามารถสอน หรือ แต่งเพลงได้ ปัญหาที่ตามมาคือปัญหาด้านด้านการเงิน  ในที่สุดเขาได้รับการช่วยเหลือจากรัฐสถาโครเอเซีย โดยมูลนิธิสำหรับศิลปินตาบอด  

ถึงแม้เขาจะมองไม่เห็น ก็ยังพยายามเล่น คอนเสิตร์ต่อไป และ คอนเสิตร์สุดท้ายของเขาเป็นวันที่ 2 เมษายน 1873 ใน Varaždin    ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตใน เดือน พฤศจิกายนปีเดียวกัน

Varaždin
รอบๆเมือง Varaždinบ้านเกิดของ Padovec ในปี 1850

 Ivan Padovec
Ban Jelačić Square ซาเกร็บ โครเอเชีย ปี 1880


ภาพด้านบน
ภาพเมือง Varaždin บ้านเกิดของ Padovec ในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่และ บรรยากาศเมือง ซาเกร็บ ( เมืองหลวงของโครเอเชีย ) หลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว ประมาณ 7 ปี ดูจากภาพ เวลาผ่านมา ประมาณ 162 ปีในสมัยนั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีความเจริญมากเลยนะครับ

8.08.2554

สายเลือด Torres (Guitar Marker) ไปสู่นักฟุตบอลอาชีพ Fernando Torres ?

Antonio de Torres
ทอร์เรส มีชื่อเติมๆ ว่า Antonio de Padua Pedro Cayetano de Torres Junado เกิิดเมื่อ 13/6/1817 

พ่อ ชื่อ Juan Ramon de Torres Garcia และคุณแม่ Maria del Carmen Jurado Garcia  

ญาติฝั่งพ่อ 
ปู่-ย่า Juan-Josep Torres Garcia และ Ana Petromila Garcia de Torres 
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ปู่ ) Cristobal de Torres - Isabel Garcia
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ย่า )  Nicolas - Antonio Garcia Gallardo-  Tuana de Torres 

กลับมาดูญาติ ฝั่งแม่บ้าง 
ตา-ยาย Antonio Jurado Vaca -Juana Petronila Sequna 
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณตา ) Cayetano Jurada - Josefa Vaca  
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณ ยาย ) Gregoria Gareia  - Luisa Sequra

มีภรรยาคนแรก คือ  Juane Maria de Jesus de Haro ( 21/3/1821 -13/3/1845 )  
  1.  Maria Dolores Isdra Indalecia Torres Lopez ( 15/5/1836 - ? ) 
  2.  Jusefa Maria Torres Lopez (7/4/1839-1842 บางข้อมูลแจ้งว่า 1845 ) 
  3.  Jusefa Maria Torres Lopez ( 19/9/1842-2/5/1843 ) "คนที่สองและคนที่สามไม่ได้เขียนผิดนะครับ ลอกตามประวัติจริงๆ ถ้าได้ข้อมูลที่ปรับปรุงเมื่อไรจะรีบนำมาแก้ไขครับ"

Josefa Martin Rosado ภรรยาคนที่สอง
ภรรยาคนที่สอง ชื่อ Josefa Martin Rosado ( 9/5/1837-22/2/1883 )  มีบุตรด้วยกัน 5 คน ไล่ตามนี้ 
Antonio de Torres บุตรคนที่ 3
Matilde Torres Martin บุตรคนที่4

  1. Teodoro Juse Julian de la Santisma Trinidad Torres Martin ( 9/11/1860-24/4/1911 )
  2. Isbel Maria Ana Jusefa de la Santisima Trinidad  Torres Martin ( 19/11/1862-1860 )
  3. Antonio de Padua Julian de la Santisaima Trinidad  Torres Martin ( 9/1/1868-?  )
  4. Matilde Torres Martin ( 3/1872-31/1/1933 )  หน้าตาถอดแบบแม่มาเลยครับ
  5. Ana Torres Martin ( 1876-1902 )
ไล่มาสี่รุ่นเลยครับ สังเกตว่าตั้งแต่รุ่น พ่อแม่ขึ้นไป เหมือนมีชื่อนามสกุลคล้ายๆกันซึ่งอาจเป็น ญาติห่าง ( เป็นความนิยมขอคนสเปนสมัย สองร้อยกว่าปีมาแล้วหรือเปล่า ต้องศึกษาต่อไปในอนาคตครับ )    สังเกตว่า คนสเปนสมัยก่อนจะมีชื่อซ้ำๆกันเยอะ เช่น ( พระแม่มาเรีย ) Maria ชื่อนี้เป็นที่นิยม Tarrega เคยแต่งเพลง ชื่อ Maria เหมือนกันแต่ไม่ได้ ระบุว่าให้คนไหนครับ ( เพราะ ชื่อนี้ เยอะเหลือเกิน ) เพลงนี้ต่อมาเป็นเพลงดังของ  Tarrega เพราะ คนชื่อมาเรียซึ่งมีจำนวนเยอะ อาจคิดว่าเป็นเพลงของตัวเองครับ , แอนโทนิโอ (Antonio )หรือ แอนนา ( Ana ) ก็มีซ้ำเยอะครับ
    ชั้นเหลน Juan Francisco Salvador และ Marian Romanillos ถ่ายที่ Almia 1992
    ชื่อ-สกุล ของเสปน ดูแล้วไม่คุ้นสำหรับคนไทย   ผมจะแยกชื่อเป็นสี่ส่วนดังนี้ครับ   ชื่อ  1 แรกจะเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ , 2 ชื่อที่สอง จะเป็นชื่อนักบุญต่าง ( ชื่อกลาง) 3 ชื่อที่สามจะเป็นชื่อ สกุลของพ่อ,  4 ชื่อที่สี่จะเป็นสกุลของแม่
    เช่น Jusefa Maria Torres Lopez  ก็จะแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้    1Jusefa   2Maria  3Torres   4 Lopez หรือ
    Matilde Torres Martin ก็ชื่อ  Matilde ส่วนชื่อกลางยุคหลังๆ ถ้าไม่เคร่งศาสนา บางทีเขาก็ไม่ตั้งครับ
    ส่วนคำว่า de แปลว่า จาก,ของ ใส่ก่อนชื่อสกุล พ่อแม่ สังเกตว่าช่วงหลังก็ไม่เป็นที่นิยมแล้ว ในทางปฎิบัติแล้วก็จะใช้ชื่อแรก( ที่พ่อแม่ตั้ง )และชื่อสกุลของพ่อ เช่น Antonio Torres         สำหรับฝ่ายหญิงเมื่อแต่งงานแล้วไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุลตามสามี และลูกก็ใช้นามสกุลร่วม ระหว่างพ่อและแม่ ครับ
    ถ้าใช้กฎอย่างนี้ เมื่อฝ่ายหญิงแต่งงานไปแล้ว ได้ลูกสาว สกุลของแม่ก็จะหายไป เมื่อถึงรุ่นหลานครับ
          
             ** ผมสงสัยส่วนตัวครับว่า  Fernando José Torres Sanz นักบอลชื่อดัง เป็นสายของ Torres หรือเปล่าเพราะตาม กฎ ตรงนี้ เป็นชื่อสกุลสืบจากฝ่ายพ่อนะครับ  **


    Fernando José Torres Sanz

    8.03.2554

    Labels of Torres Guitar

    ช่วงระยะเวลา ที่ทำกีตาร์ของ Torres แบ่งเป็นสองช่วงคือ 
    1858 Sevilla
    ระหว่างปี 1850-1869 หลังจากปี 1869 เขาก็ไม่ได้ทำกีตาร์อีก ( ช่วงภรรยาคนที่สอง โดย เปิดร้าน Chaina Shop แทน ) และกลับมาทำกีต้าร์อีกในปี 1880 และสร้างกีต้าร์อย่างต่อเนื่องจนเสียชีวิตในปี 1892 โดยกีต้าร์ไม่เคยติด Labels บนตัวของเขาเลย และมาติดหมายเลขภายหลังจากช่วงเวลานั้น เช่น  กีต้าร์ตัวแรก ของ  Tarrega ได้รับปี 1869 ( FE17 ), 1883 ( SE 49 ),1888 ( SE 114 )ตามลำดับ  โดย
    Labels Of Torres ( Almeria )

    •  EF หมายถึง First Fpoch หมายถึงกีต้าร์ที่สร้างขึ้นในช่างแรกๆของชีวิต อยู่ระหว่างปี 1850-1869 ในเมือง Sevilla
    • SE หมายถึง Second Epoch คือกีต้าร์ที่สร้างขึ้น หลังปี 1875ในเมือง Almeria 
     

    7.29.2554

    Torres..ปฐมบทแห่ง Modern Guitar Maker

    Don Antonio de Torres Jurado      ทอร์เรสเป็นช่างทำกีต้าร์ที่มีบทบาทของศตวรรษที่ 19 เกิดเมื่อ 13 June 1817 ที่ La Cañada de San Urbano จังหวัด Almeria  ของเปน  และเสียชีวิตในวันที่19  Nov 1892,  Torres เป็นบุตรของ Juan Torres ซึ่งทำงานเป็นผู้เก็บภาษีท้องถิ่นและ Maria Jurado

    Guitar of José Pernas 1843
     ในสายอาชึพเขาเริ่มเป็นช่างตั้งแต่อายุได้12 ปี  กล่าวกันว่าประมาณปี 1842 เขาทำงานและเรียนรู้กับช่างทำกีต้าร์ ( Guitar Maker )  José Pernas ( Granada 1830-1870 ) ในจังหวัด กรานาดา  รูปกีต้าร์ทางด้านซ้ายมือ( ปี1843 ) ก็จะเป็นช่วงที่ ทอร์เรสไปเรียนพอดี ดังนั้นกีต้าร์ในยุคนั้นๆหรือช่วงแรกที่ทอร์เรสเป็นคนสร้างเองน่าจะมีรูปแบบดังภาพ      อย่างไรก็ตามทอร์เรสเรียนรู้อย่างรวดเร็วและกลับไปเมืองเซบียา ( Seville )และเปิด Shop บนถนน Cerrageria หมายเลข 7  โดยร่วมกับ Manuel Soto y Solares แม้ว่าเขาได้ทำกีต้าร์ในช่วง 1840s  เป็นต้นมา แต่ก็ยังไม่มีชื่อเสียงและการยอมรับจนกระทั้งปี 1850sได้รับคำปรึกษาจาก Julián Arcas เป็นนักเล่นคอนเสิร์ตและนักประพันธ์ที่มีชื่อในในยุคนั้นหลังจากนั้น เขาจึงเริ่มเป็นมืออาชีพและสร้างกีต้าร์อย่างจริงจัง    Julián Arcas ซึ่งไม่พอใจระดับความดังและเสียงที่ได้ของกีต้าร์ในยุคนั้นได้ให้คำแนะนำในการสร้างและทำงานร่วมกันโดยให้ความสนใจด้านโครงสร้าง ตรงนี้ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักกีตาร์และช่างทำกีต้าร์ครั้งแรก และการพัฒนาครั้งนี้ถือว่าเป็น ปฐมบทแห่ง Modern Guitar Maker ทอร์เรสเปิดเผยว่า soundboard เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มระดับเสียง เขาไม่ได้ทำให้ตัว(Body)ของกีต้าร์ใหญ่ขึ้นอย่างเดียวยังทำให้Soundboard มีน้ำหนักเบาขึ้นด้วย   

    Julián Arcas
    ในชิวิตของทอร์เรสมีเหตุการณ์สำคัญที่ควรบันทึกอีกหนึ่งเหตุการณ์คือการพบกันระหว่างTorres และ Tarregaประมาณปี 1869  ในฤดูใบไม้ร่วง  ช่วงนั้น  Tarregaอายุได้17 ปี โดยได้เดินทางจาก เมืองเซบีย่า (Seville ) ไปยังเมืองบาร์เซโลน่า ( Barcelona ) โดยเดินทางไปพร้อมกับ Antonio Canesa Mendayas ซึ่งเป็นผู้สนันสนุนTarrega โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงกีต้าร์ของ Julian Arcas เพื่อที่จะซื้อกีตาร์  หลังจากTarregaได้เข้าไปชมกีต้าร์ที่ร้านแล้วดูท่า ทางTarregaไม่ได้สนใจกีต้าร์ราคาสูงในร้านเลย  ทอร์เรสจึงเสนอกีต้าร์รุ่นมาตรฐาน แต่หลังจากฟัง Tarrega เล่นได้ครู่เดียว  ทอร์เรส บอกกับ Tarrega ว่า " เดี๋ยวก่อนนี้ไม่ใช้กีต้าร์สำหรับคุณ " หลังจากนั้นเดินไปหลังร้านแล้วหยิบกีต้าร์ ที่ทำไว้สำหรับตัวเอง นำกีต้าร์มาให้ Tarrega แล้วกล่าวว่า นี่ซิกีต้าร์ เป็นกีต้าร์ที่คู่ควรกับคุณ กีต้าร์ตัวนี้ถือเป็นกีต้าร์ของ ทอร์เรส ตัวแรกที่ Tarrega ใช้เพื่อเล่น คอนเสริร์ต

    ปี 1870 เขาได้ปิด Shop ใน เซบีย่า และ ย้ายกลับไป Almería ซึ่งเขาและภรรยา( คนสุดท้าย )ได้เปิดร้านขายสินค้าของจีน และ ร้านขาย คริสตัล บนถนน Real  หลังจากนั้นอีก 5 ปี เขาถึงเริ่มทำกีต้าร์ใหม่ถือเป็นยุคที่สอง โดยทำเป็น part-timeหลังจากว่างจากร้าน Chaina  Shop
           
    หลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิต ( Josefa ) ในปี 1883  เขาได้เพิ่มเวลาในการทำกีต้าร์มากขึ้นโดยทำได้ปีละ 12 ตัว จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 75 ปี ที่ La Cañada de San Urbano, Almería

    คาดว่ากีต้าร์ที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งหมดมีประมาณ 320 ตัว  ในปัจจุบันเหลืออยู่ 90 ตัว กระจายไปยังที่ต่าง 

    ชีวิตครอบครัว      เขาได้แต่งงานกับ Juana María López ซึ่งภรรยามีอายุเพียง 13 ปี มีบุตรคนแรกในปี 1836 ,1839,คนสุดท้าย 1842 ซึ่งเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่เดือน ลูกสาวคนที่สองเสียชีวิตในปี 1845 ส่วนภรรยาได้เป็นวัณโรคและเสียชีวิตขนะที่อายุได้23ปี เป็นช่วงปีที่ยากสำหรับเขา เนื่องจากการจากไปของคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่องและการมีหนี้สิน ทำให้เขาต้องมองหางานลักษณะเป็นลูกจ้างมากขึ้น
    ในปี 1868 เขาได้แต่งงานเป็นครั้งที่สองกับJosefa Martín Rosada    ภรรยาคนที่สองเสียชีวิตในปี 1883 ชีวิตครอบครัวซึ่งดูแล้วไม่ค่อยดีนัก  แต่การทำคลาสสิกกีต้าร์จนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเป็นมรดกทางด้านนวัตกรรมที่เขามอบให้ ทั้งนักดนตรีและนักทำกีต้าร์โดยตรง