หน้าเว็บ

www.mi-favorita.blogspot.com

www.mi-favorita.blogspot.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Torres แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Torres แสดงบทความทั้งหมด

8.08.2554

สายเลือด Torres (Guitar Marker) ไปสู่นักฟุตบอลอาชีพ Fernando Torres ?

Antonio de Torres
ทอร์เรส มีชื่อเติมๆ ว่า Antonio de Padua Pedro Cayetano de Torres Junado เกิิดเมื่อ 13/6/1817 

พ่อ ชื่อ Juan Ramon de Torres Garcia และคุณแม่ Maria del Carmen Jurado Garcia  

ญาติฝั่งพ่อ 
ปู่-ย่า Juan-Josep Torres Garcia และ Ana Petromila Garcia de Torres 
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ปู่ ) Cristobal de Torres - Isabel Garcia
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ย่า )  Nicolas - Antonio Garcia Gallardo-  Tuana de Torres 

กลับมาดูญาติ ฝั่งแม่บ้าง 
ตา-ยาย Antonio Jurado Vaca -Juana Petronila Sequna 
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณตา ) Cayetano Jurada - Josefa Vaca  
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณ ยาย ) Gregoria Gareia  - Luisa Sequra

มีภรรยาคนแรก คือ  Juane Maria de Jesus de Haro ( 21/3/1821 -13/3/1845 )  
  1.  Maria Dolores Isdra Indalecia Torres Lopez ( 15/5/1836 - ? ) 
  2.  Jusefa Maria Torres Lopez (7/4/1839-1842 บางข้อมูลแจ้งว่า 1845 ) 
  3.  Jusefa Maria Torres Lopez ( 19/9/1842-2/5/1843 ) "คนที่สองและคนที่สามไม่ได้เขียนผิดนะครับ ลอกตามประวัติจริงๆ ถ้าได้ข้อมูลที่ปรับปรุงเมื่อไรจะรีบนำมาแก้ไขครับ"

Josefa Martin Rosado ภรรยาคนที่สอง
ภรรยาคนที่สอง ชื่อ Josefa Martin Rosado ( 9/5/1837-22/2/1883 )  มีบุตรด้วยกัน 5 คน ไล่ตามนี้ 
Antonio de Torres บุตรคนที่ 3
Matilde Torres Martin บุตรคนที่4

  1. Teodoro Juse Julian de la Santisma Trinidad Torres Martin ( 9/11/1860-24/4/1911 )
  2. Isbel Maria Ana Jusefa de la Santisima Trinidad  Torres Martin ( 19/11/1862-1860 )
  3. Antonio de Padua Julian de la Santisaima Trinidad  Torres Martin ( 9/1/1868-?  )
  4. Matilde Torres Martin ( 3/1872-31/1/1933 )  หน้าตาถอดแบบแม่มาเลยครับ
  5. Ana Torres Martin ( 1876-1902 )
ไล่มาสี่รุ่นเลยครับ สังเกตว่าตั้งแต่รุ่น พ่อแม่ขึ้นไป เหมือนมีชื่อนามสกุลคล้ายๆกันซึ่งอาจเป็น ญาติห่าง ( เป็นความนิยมขอคนสเปนสมัย สองร้อยกว่าปีมาแล้วหรือเปล่า ต้องศึกษาต่อไปในอนาคตครับ )    สังเกตว่า คนสเปนสมัยก่อนจะมีชื่อซ้ำๆกันเยอะ เช่น ( พระแม่มาเรีย ) Maria ชื่อนี้เป็นที่นิยม Tarrega เคยแต่งเพลง ชื่อ Maria เหมือนกันแต่ไม่ได้ ระบุว่าให้คนไหนครับ ( เพราะ ชื่อนี้ เยอะเหลือเกิน ) เพลงนี้ต่อมาเป็นเพลงดังของ  Tarrega เพราะ คนชื่อมาเรียซึ่งมีจำนวนเยอะ อาจคิดว่าเป็นเพลงของตัวเองครับ , แอนโทนิโอ (Antonio )หรือ แอนนา ( Ana ) ก็มีซ้ำเยอะครับ
    ชั้นเหลน Juan Francisco Salvador และ Marian Romanillos ถ่ายที่ Almia 1992
    ชื่อ-สกุล ของเสปน ดูแล้วไม่คุ้นสำหรับคนไทย   ผมจะแยกชื่อเป็นสี่ส่วนดังนี้ครับ   ชื่อ  1 แรกจะเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ , 2 ชื่อที่สอง จะเป็นชื่อนักบุญต่าง ( ชื่อกลาง) 3 ชื่อที่สามจะเป็นชื่อ สกุลของพ่อ,  4 ชื่อที่สี่จะเป็นสกุลของแม่
    เช่น Jusefa Maria Torres Lopez  ก็จะแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้    1Jusefa   2Maria  3Torres   4 Lopez หรือ
    Matilde Torres Martin ก็ชื่อ  Matilde ส่วนชื่อกลางยุคหลังๆ ถ้าไม่เคร่งศาสนา บางทีเขาก็ไม่ตั้งครับ
    ส่วนคำว่า de แปลว่า จาก,ของ ใส่ก่อนชื่อสกุล พ่อแม่ สังเกตว่าช่วงหลังก็ไม่เป็นที่นิยมแล้ว ในทางปฎิบัติแล้วก็จะใช้ชื่อแรก( ที่พ่อแม่ตั้ง )และชื่อสกุลของพ่อ เช่น Antonio Torres         สำหรับฝ่ายหญิงเมื่อแต่งงานแล้วไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุลตามสามี และลูกก็ใช้นามสกุลร่วม ระหว่างพ่อและแม่ ครับ
    ถ้าใช้กฎอย่างนี้ เมื่อฝ่ายหญิงแต่งงานไปแล้ว ได้ลูกสาว สกุลของแม่ก็จะหายไป เมื่อถึงรุ่นหลานครับ
          
             ** ผมสงสัยส่วนตัวครับว่า  Fernando José Torres Sanz นักบอลชื่อดัง เป็นสายของ Torres หรือเปล่าเพราะตาม กฎ ตรงนี้ เป็นชื่อสกุลสืบจากฝ่ายพ่อนะครับ  **


    Fernando José Torres Sanz

    8.03.2554

    Labels of Torres Guitar

    ช่วงระยะเวลา ที่ทำกีตาร์ของ Torres แบ่งเป็นสองช่วงคือ 
    1858 Sevilla
    ระหว่างปี 1850-1869 หลังจากปี 1869 เขาก็ไม่ได้ทำกีตาร์อีก ( ช่วงภรรยาคนที่สอง โดย เปิดร้าน Chaina Shop แทน ) และกลับมาทำกีต้าร์อีกในปี 1880 และสร้างกีต้าร์อย่างต่อเนื่องจนเสียชีวิตในปี 1892 โดยกีต้าร์ไม่เคยติด Labels บนตัวของเขาเลย และมาติดหมายเลขภายหลังจากช่วงเวลานั้น เช่น  กีต้าร์ตัวแรก ของ  Tarrega ได้รับปี 1869 ( FE17 ), 1883 ( SE 49 ),1888 ( SE 114 )ตามลำดับ  โดย
    Labels Of Torres ( Almeria )

    •  EF หมายถึง First Fpoch หมายถึงกีต้าร์ที่สร้างขึ้นในช่างแรกๆของชีวิต อยู่ระหว่างปี 1850-1869 ในเมือง Sevilla
    • SE หมายถึง Second Epoch คือกีต้าร์ที่สร้างขึ้น หลังปี 1875ในเมือง Almeria 
     

    7.29.2554

    Torres..ปฐมบทแห่ง Modern Guitar Maker

    Don Antonio de Torres Jurado      ทอร์เรสเป็นช่างทำกีต้าร์ที่มีบทบาทของศตวรรษที่ 19 เกิดเมื่อ 13 June 1817 ที่ La Cañada de San Urbano จังหวัด Almeria  ของเปน  และเสียชีวิตในวันที่19  Nov 1892,  Torres เป็นบุตรของ Juan Torres ซึ่งทำงานเป็นผู้เก็บภาษีท้องถิ่นและ Maria Jurado

    Guitar of José Pernas 1843
     ในสายอาชึพเขาเริ่มเป็นช่างตั้งแต่อายุได้12 ปี  กล่าวกันว่าประมาณปี 1842 เขาทำงานและเรียนรู้กับช่างทำกีต้าร์ ( Guitar Maker )  José Pernas ( Granada 1830-1870 ) ในจังหวัด กรานาดา  รูปกีต้าร์ทางด้านซ้ายมือ( ปี1843 ) ก็จะเป็นช่วงที่ ทอร์เรสไปเรียนพอดี ดังนั้นกีต้าร์ในยุคนั้นๆหรือช่วงแรกที่ทอร์เรสเป็นคนสร้างเองน่าจะมีรูปแบบดังภาพ      อย่างไรก็ตามทอร์เรสเรียนรู้อย่างรวดเร็วและกลับไปเมืองเซบียา ( Seville )และเปิด Shop บนถนน Cerrageria หมายเลข 7  โดยร่วมกับ Manuel Soto y Solares แม้ว่าเขาได้ทำกีต้าร์ในช่วง 1840s  เป็นต้นมา แต่ก็ยังไม่มีชื่อเสียงและการยอมรับจนกระทั้งปี 1850sได้รับคำปรึกษาจาก Julián Arcas เป็นนักเล่นคอนเสิร์ตและนักประพันธ์ที่มีชื่อในในยุคนั้นหลังจากนั้น เขาจึงเริ่มเป็นมืออาชีพและสร้างกีต้าร์อย่างจริงจัง    Julián Arcas ซึ่งไม่พอใจระดับความดังและเสียงที่ได้ของกีต้าร์ในยุคนั้นได้ให้คำแนะนำในการสร้างและทำงานร่วมกันโดยให้ความสนใจด้านโครงสร้าง ตรงนี้ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักกีตาร์และช่างทำกีต้าร์ครั้งแรก และการพัฒนาครั้งนี้ถือว่าเป็น ปฐมบทแห่ง Modern Guitar Maker ทอร์เรสเปิดเผยว่า soundboard เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มระดับเสียง เขาไม่ได้ทำให้ตัว(Body)ของกีต้าร์ใหญ่ขึ้นอย่างเดียวยังทำให้Soundboard มีน้ำหนักเบาขึ้นด้วย   

    Julián Arcas
    ในชิวิตของทอร์เรสมีเหตุการณ์สำคัญที่ควรบันทึกอีกหนึ่งเหตุการณ์คือการพบกันระหว่างTorres และ Tarregaประมาณปี 1869  ในฤดูใบไม้ร่วง  ช่วงนั้น  Tarregaอายุได้17 ปี โดยได้เดินทางจาก เมืองเซบีย่า (Seville ) ไปยังเมืองบาร์เซโลน่า ( Barcelona ) โดยเดินทางไปพร้อมกับ Antonio Canesa Mendayas ซึ่งเป็นผู้สนันสนุนTarrega โดยเขาได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงกีต้าร์ของ Julian Arcas เพื่อที่จะซื้อกีตาร์  หลังจากTarregaได้เข้าไปชมกีต้าร์ที่ร้านแล้วดูท่า ทางTarregaไม่ได้สนใจกีต้าร์ราคาสูงในร้านเลย  ทอร์เรสจึงเสนอกีต้าร์รุ่นมาตรฐาน แต่หลังจากฟัง Tarrega เล่นได้ครู่เดียว  ทอร์เรส บอกกับ Tarrega ว่า " เดี๋ยวก่อนนี้ไม่ใช้กีต้าร์สำหรับคุณ " หลังจากนั้นเดินไปหลังร้านแล้วหยิบกีต้าร์ ที่ทำไว้สำหรับตัวเอง นำกีต้าร์มาให้ Tarrega แล้วกล่าวว่า นี่ซิกีต้าร์ เป็นกีต้าร์ที่คู่ควรกับคุณ กีต้าร์ตัวนี้ถือเป็นกีต้าร์ของ ทอร์เรส ตัวแรกที่ Tarrega ใช้เพื่อเล่น คอนเสริร์ต

    ปี 1870 เขาได้ปิด Shop ใน เซบีย่า และ ย้ายกลับไป Almería ซึ่งเขาและภรรยา( คนสุดท้าย )ได้เปิดร้านขายสินค้าของจีน และ ร้านขาย คริสตัล บนถนน Real  หลังจากนั้นอีก 5 ปี เขาถึงเริ่มทำกีต้าร์ใหม่ถือเป็นยุคที่สอง โดยทำเป็น part-timeหลังจากว่างจากร้าน Chaina  Shop
           
    หลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิต ( Josefa ) ในปี 1883  เขาได้เพิ่มเวลาในการทำกีต้าร์มากขึ้นโดยทำได้ปีละ 12 ตัว จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 75 ปี ที่ La Cañada de San Urbano, Almería

    คาดว่ากีต้าร์ที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งหมดมีประมาณ 320 ตัว  ในปัจจุบันเหลืออยู่ 90 ตัว กระจายไปยังที่ต่าง 

    ชีวิตครอบครัว      เขาได้แต่งงานกับ Juana María López ซึ่งภรรยามีอายุเพียง 13 ปี มีบุตรคนแรกในปี 1836 ,1839,คนสุดท้าย 1842 ซึ่งเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่เดือน ลูกสาวคนที่สองเสียชีวิตในปี 1845 ส่วนภรรยาได้เป็นวัณโรคและเสียชีวิตขนะที่อายุได้23ปี เป็นช่วงปีที่ยากสำหรับเขา เนื่องจากการจากไปของคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่องและการมีหนี้สิน ทำให้เขาต้องมองหางานลักษณะเป็นลูกจ้างมากขึ้น
    ในปี 1868 เขาได้แต่งงานเป็นครั้งที่สองกับJosefa Martín Rosada    ภรรยาคนที่สองเสียชีวิตในปี 1883 ชีวิตครอบครัวซึ่งดูแล้วไม่ค่อยดีนัก  แต่การทำคลาสสิกกีต้าร์จนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเป็นมรดกทางด้านนวัตกรรมที่เขามอบให้ ทั้งนักดนตรีและนักทำกีต้าร์โดยตรง

    7.18.2554

    Francisco Tárrega -Father Of The Modern Classical Guitar


    Francisco Tárrega (ฟรานซิสโก ทาร์เรก้า) ชาวสเปน  เกิดเมื่อ 21 Nov 1852 ที่ Villareal และเสียชีวิต ที่ Barcelona ( จ.บาร์เซโลนา สเปน) เมื่อวันที่  5 Dec 1909    Tárrega มีชีวิตอยู่รวม อายุ 57 ปีช่วงที่เขามีชีวิตอยู่เป็นยุคดนตรีที่เรียกว่า ยุคโรแมนติก ( Romantic Era )          ในสเปนตรงกับ ยุคการปกครองของ พระนางเจ้าอิซาเบลที่ 2 ( Isabella II of Spain ) แห่ง ราชวงศ์ บูร์บง (ฟื้นฟูครั้งแรก ) จนถึง พระเจ้าอัลฟอนโซ ที่ 13 ( Alfonso XIII of Spain ) แห่งราชวงศ์  บูร์บง ( ฟื้นฟูครั้งที่สองหลังจากผ่าน การปกครองของราชวงศ์ ซาวอย ) ถือว่าเป็นนักดนตรีที่ผ่านมา 4 ยุคการปกครองของสเปนเทียบกับของไทยจะเป็น ช่วง ต้นๆ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปจนถึง ช่วงปลายๆ สมเด็จพระปิยะมหาราช เรียกได้ว่าในยุคนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขึ้นหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการเมืองการปกครองหรือเทคโนโลยีทั้งในไทยเองและต่างประเทศ      ในเรื่อง Guitar Tárrega ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง บางคนเรียกว่าเป็นการปฎิวัติเลยทีเดียว




    ตามประวัติแล้วพ่อของเขาก็เล่นกีต้าร์เหมือนกัน แต่ไม่ได้เล่นเป็นอาชีพ( เล่นในรูปแบบ Flamenco และเพลงทั่วๆไป )  พ่อของเขามีอาชีพเป็นยามที่ Convent of San Pascual ช่วงที่พ่อออกไปทำงาน
    Tárrega  มักจะหยิบ Guitar ของพ่อเขามาเล่นเสมอ  ตอนเด็กๆTárrega เป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยเจรจาจนมีnicknameว่า Quiquet ( silent )
    Castellón
    ในช่วงอายุได้ 8 ขวบเขาได้เริ่มต้นเรียน Guitar กับครูในท้องถิ่นชื่อ Manuel González   และ  Eugeni Ruiz   
    ในปี 1862 เมื่อTárrega อายุได้ 10 ขวบพ่อได้พาไปพบกับได้พบกับJulián Arcas ซึ่งเป็นนักประพันธ์และเล่นคอนเสิร์ตที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ที่ Castellón หลังจากจบการแสดงของ Arcas แล้ว Tárregaได้ลองเล่น guitarให้ฟัง  Julián Arcas เห็นแววอัจฉริยะของ Tárrega จึงขอให้ Tárrega ไปศึกษาดนตรีกับเขาที่ Barcelona พ่อของTárrega สนับสุนเรื่องการศึกษาของลูกในเส้นทางนี้อยู่แล้วจึงยอมอนุญาตแต่มีข้อแม้ขอให้ลูกเขา ได้ศึกษา Pianoตามสมัยนิยมไปด้วย   อย่างไรก็ตาม Tárrega ได้ศึกษากับ Julián Arcas ในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นหลังจากนั้น Julián Arcas ทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศต่างๆ  
    มรดกทางบทเพลงผมยังไม่เห็นอิทธิพลของ Julián Arcas ต่อการประพันธ์ของ Tárrega แต่กลับพบว่า การที่ Tárrega  สนใจและพัฒนารูปทรงของกีต้าร์ ของ ทอร์เรส ( Torres ) จนเป็นรูปทรงที่ใช้กันในปัจจุบันนี้( ทอร์เรส ...นักทำกีต้าร์คลาสลิกชาวสเปน ที่มีอิทธิพลที่สุดต่อช่างทำกีต้าร์ทั่วโลกในปัจจุปัน)  ก็คงยกเครดิตให้ Julián Arcas      ในเดือน ตุลาคม 1874  Tárrega ได้เรียนต่อ ด้าน Harmonry ( เรียบเรียงเสียงประสาน) และ Composition ( การประพันธ์บทเพลง ) ที่ Madrid Conservatory of Music  ในปี 1975 เขาได้รับรางวัลชนะเลิศด้าน Composition นั้นเป็นรากฐานที่ทำให้ผลงานการประพันธ์เขา ถือว่าอยู่ในชั้นครู

    Tárregaเริ่มเส้นทางสายนักดนตรีอาชีพเมื่ออายุได้ 10 ขวบเท่านั้นโดย เล่นตามcoffee houses หรือตามภัตตาคาร ใน Barcelona  ช่วงเริ่มของการแสดงดนดนตรี Tárrega ได้แบ่ง แสดงเปียโนครึ่งหนึ่งและกีต้าร์ครึ่งหนึ่ง ที่เป็นอย่างนี้ต้องเข้าใจว่าในสมัยนั้นกีต้าร์ก็ไม่ได้รับความนิยม เท่ากับเครื่องดนตรีชนิดอื่นเช่นเปียโน หรือไวโอลินการแสดงกีต้าร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ค่อยได้รับความสนใจ ซึ่งมีผลถึงปากท้องได้ เรียกได้ว่าครึ่งหนึ่งเป็นธุรกิจอีกครึ่งหนึ่งเป็นความชอบส่วนตัว หรืออาจเป็นกลยุทย์ในการแสดงก็ได้ ซึ่งช่วงหลังTárrega มีชื่อเสียงแล้วก็เล่นแต่เพียงกีต้าร์อย่างเดียวแต่ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่เขาเลือกเล่นกีต้าร์แต่เพียงอย่างเดียวผมถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะโอกาสเล่นเปียโนจนมีชื่อเสียงเทียบชั้น Beethoven หรือ Chopin ในยุคนั้นโอกาสแทบเป็นไม่ได้เลย หลังจากสร้างชื่อเสียงจนเป็นเป็นที่ยอมรับทั้งบทเพลงและเครื่องมือที่ใช้แสดงแล้ว ( Guitar )   Tárrega ก็ได้เดินทางแสดงดนตรีในต่างประเทศเหลายๆ ประเทศ เช่นลอนดอนในปี 1880 และ ฝรั่งเศษ ( ปารีส, แปร์ปิยอง ( Pergnan ),นี ( Nice )  Lyon 1881  )

     left to right- Andres Segovia,Miguel Liobet,Daniel Fontea,Emillio Pujol,1981
    บทบาทการเป็นครู  Tárrega ได้เป็น Professor of Guitar ที่ Conservatories of Madrid และ Barcelona นอกจากนั้นยังได้ประพันธ์บทเพลงและแบบฝึกหัด( Study )หรือ วีธการเล่น (Methods )มากมายที่ยังใช้กันจนถึงปัจจุบันรวมถึง ผลิตบุคลากร / ลูกศิษย์ มากมาย เช่น Pasual Roch,Garia Fortea,Danic Forte,Josefina Robledo,Alberto Obregonโดยเฉพาะ Miguel Llobet และ Emilio Pujol ซึ่งต่อมาได้ ประพันธ์และสอนดนตรี จนมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

    สำหรับผลงานของ Tárrega ผมแบ่งเป็นสองประเภทคือ
    1. Original Composed and Studies
    2. Transciption for Guitar

    สำหรับนักดนตรีที่มีอิทธิพลต่อTárrega ผมคิดว่านักกีต้าร์มีอิิทธิพลน้อยกว่านักดนตรีที่เล่นเปียโน เช่น JS.Bach,Mozart,Beethoven,Berlizo,Chopin,Grieq,Handel,Haydn,Schubert,Scumann,Wagner,Albeniz คาดกันว่า Tárrega มีผลงานด้านTransciption ถึง 120ชิ้น มากกว่าผลงานที่ประพันธ์ เอง ( คาดว่า 78 ชิ้น ) 
      บทเพลงที่ผมนำมาเป็นตัวอย่าง เป็น Original Work ชื่อเพลง Vals en D ( Waltz in D Major  )  ถึงแม้เป็นเพลงสำหรับ Guitar Classical แต่ผมลองนำมาเล่นบนกีต้าร์ไฟฟ้า ผมคิดว่า Sound ยังร่วมสมัยนะ




      Pablo Sarasate
      อย่าลืมนะครับว่าGuitar ในศตวรรษที่ 19 เสื่อมความนิยมลงไปมาก เห็นได้จากประวัติของ Tárrega เองถึงแม้พ่อจะสนับสนุนลูกในการเล่นดนตรียังขอให้ลูกฝึกPiano ไปด้วยเลย หรือ ตัวของ Tárrega เองที่ถูกเรียกว่า Sarasate of Guitar ( ซาราซาเต (Sarasate )เป็นนักประพันธ์ และนักเล่น ไวโอลิน ชาวสเปนเกิดในยุคเดียวกันมีชื่อเสียง และเป็นที่โปรดปรานของ อิสเบลที่สอง แห่งเป็นอย่างมาก ) มีเกร็ดเล่าในฟังว่า ซาราซาเต  (Pablo Sarasate )เคยเล่นคอนเสิร์ต สถานที่เดียวกับ Tárrega ( Sarasateเล่นก่อน 1 วัน ) Sarasate ยังไม่สนใจด้วยซ้ำไป  




      Correct Posture
      ผมอยากให้ดูท่านั่งเล่นกีต้าร์ดังรูปที่อยู่ด้านขวามือครับ เป็นท่านั่งเล่นกีต้าร์ที่ถูกต้อง ทั้งมุม ของมือซ้ายและมือขวา รูปมือสวยงามมากครับ ทราบไหมครับท่านั่งเล่น Guitar Classical ที่ใช้เล่นทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ได้พัฒนามาจาก Tárrega เช่นกัน     สำหรับFootstool ก่อนหน้านี้มีนักกีต้าร์คลาสสิคใช้กันอยู่แล้วโดยใช้เท้าขวาวางแต่   Tárregaเปลี่ยนมาเป็นเท้าซ้าย  ทุกอย่างมีเหตุผลหมดนะครับมีโอกาสผมจะเขียน ในครั้งหน้าครับ

      Tárrega เป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากในวงการกีต้าร์คลาสสิค Barrios กล่าวไว้ว่า “Without Tárrega, we would not be”

      Tárrega ถูกเรียกว่า  Founder Of The Modern Guitar School แต่ ท้ายที่สุดแล้ว นักกีต้าร์ คลาสสิกทั่วโลกได้ยอมรับว่าเขาเป็น "Father Of The Modern Classical Guitar "ซึ่งเป็นการยอมรับตรงกันทั่วโลกซึ่งดูยิ่งใหญ่มาก



      สำหรับผลงานที่เป็น อัลบั้มแนะนำ เป็นของ David Russell ชุด Integral Guitarra  1ชุดมี 2 แผ่น เป็นการรวมบทเพลงของ Tárrega 62 เพลง

      David Russell,1995