หน้าเว็บ

www.mi-favorita.blogspot.com

www.mi-favorita.blogspot.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Antonio แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Antonio แสดงบทความทั้งหมด

8.31.2555

Twelve-Tone Technique

Arnold Schoenberg
อาร์โนลด์ โซนเบิร์ก
ขอคั่น บทสัมภาษณ์ Antonio Lauro สักหน่อยครับ เนื่องบทความครั้งที่แล้วแล้วได้มีการพูดถึง เทคนิคการแต่งเพลงแบบ สิบสองเสียง Twelve Tone Techique ลยนำมาเล่า เพื่อเป็นข้อมูลนะครับ 

เทคนิคการแต่งเพลง สิบสองเสียง หมายถึง การแต่งเพลงโดยใช้ลำดับของโน็ต ทั้งสิบสองเสียง ในบันไดเสียงโครมาติก ลำดับเสียงทั้ง 12 เรียกว่า โรว ( Row ) หรือ ซีรี ( Serie ) หรือทำความเข้าใจง่ายๆว่า โน็ตที่มีการกำหนดลำดับของเสียงก็ได้   ดังนั้น ดนตรีสิบสองเสียงจึงเป็น ดนตรีที่ไร้กุญแจเสียง เพราะใช้โน็ตครบทั้ง 12 ตัวเท่าเทียมกัน

วิธีการประพันธ์เพลงแบบนี้ถูกคิดค้นโดย อาร์โนลด์ โซนเบิร์ก  ( Arnold Schoenberg ) นักประพันธ์ชาวออสเตรียสัญชาติอเมริกัน เป็นสมาชิกคนสำคัญในสำนักดนตรีเวียนนาที่สอง เทคนิคนี้ถูกคิดค้นในปี 1921 และถูกนำมา เผยแพร่ โดยเขาเองในปี 1923   สมาชิกที่สำคัญในกลุ่มนี้อีกสองคนคือ แบร์ ( Alban Berg )และ เวเบิร์น ( Anton Webern)  เทคนิคนี้มีอิทธิพล และมีการต่อยอดในวงการ การประพันธ์นช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบ

7.28.2555

บทสัมภาษณ์ LAURO ( 3 )


Luis Zea :   ทำไมเขาเรียกอย่างนั้นครับ ( Calle Rael )

Lauro :       เพราะว่ามันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร    คุณแค่เดินตรงไปบนถนน และ มี Calle Real อยู่ทั่วไปบนถนนทั่วๆไปที่มีการเดิน  ดังนั้น Calle Real Vals ไม่มีเสียงประสานที่ัซับซ้อน ( Harmonic  ) คุณสามารถเพิ่มคอร์ด บางคอร์ด แต่ ไม่ออกจาก Home Key ผมคิดว่า ผมประสพความสำเร็จเพราะว่า ผู้คนมีความสุขกับเพลง วอลซ์ของผม 
Antonio Lauro

Luis Zea :  และรูปแบบการประพันธ์เพลงของคุณ ผมชเชื่อว่าคุณเรียก มันว่า Polytonal ?  
 Lauro :    ที่ผมเรียกว่า Polytonal ( คือ การประพันธ์บทเพลงโดยใช้หลากหลายกุญแจเสียง )เพราะว่าผมใช้ ลำดับของหลายtonalities      เริ่มกับ Bitonality ยกตัวอย่างเช่น เสียงหนึ่งเคลื่อนใน G Major ขณะที่เสียงอื่นๆ ตามมาใน F# หรือ E Major  รูปแบบการประพันธ์ของผมจริงๆไม่ได้เกี่ยวข้องกับ bitonality แต่เป็น polytonality ซึ่งมีโครงสร้าง วลีเช่นเดียวกับแบบ ดั้งเดิม , แต่เกิดการสร้าง Tensionและ  hamonic resolution ที่คาดไม่ถึง  นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆ

Lauro
Sergei Prokofiev
หนึ่งในครูที่ยิ่งใหญ่ของผมคนหนึ่งใน ประพันธ์ในรูปแบบนี้คือ Prokofiew เพราะว่าเขาเป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ ให้คุณลองฟังเพลงที่มหัศจรรย์ของเขาที่ชื่อ Perter and the Wolf

7.23.2555

บทสัมภาษณ์ LAURO ( 2 )

Luis Zea : คุณสามารถบอกเราเกี่ยวกับ รูปแบบการประพันธ์บทเพลงของคุณได้ไหม ?
Antonio Lauro

Lauro :  เกี่ยวกับที่ผมจะบอกคุณ รูปแบบจริงของผม เป็น Suite Venezolana , Sonata , Concierto para Guitarra y Orquesta  ( คอนแชร์โต้สำหรับกีตาร์และออร์เคสตรา ), Homenaje a John Duarte และอื่นๆอีกมากมาย   แต่ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยินนักเปียโนผู้ยิ่งใหญ่ ชาว เวเนซูเอลา ที่ชื่อ Evencio Castellanos แสดงเพลงวอลซ์ (Valses ) ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศนี้เลย   เรารู้จักนักประพันธ์ หก,แปดหรือ สิบ แต่จริงๆมีเกินร้อย ,และทั้งหมดนั้นดีทีเดียว และน่าประหลาดใจอย่างยิ่งมากกว่า 60 คนเป็นนักประพันธ์หญิง ซึ่งเขียนเพลงวอลซ์ ( Valse )ได้มหัศจรรย์   

Evencio Castellanos

Evencio Castellanos บอกกับผมว่า " ผมมีมากกว่า 40 " มันดูเหมือนว่าในช่วงยุคอาณานิคมและจุดเริ่มต้นของสาธารณรัฐมันเป็นประเพณีสำหรับครอบครัวที่จะส่งเสริมให้อย่างน้อยให้ลูกสาวหนึ่งหรือสองคนไปเรียนเปียโนและพวกเขาจะมีการพบปะสังสรรค์เล่นเปียโนกัน    ลองฟังเพลง Vale ที่น่ามหัศจรรย์  เหล่านั้นสิ บางทีน่าอิจฉาเล็กน้อย ซึ่งกีต้าร์ไม่สามารถแสดงเพลง Vale ได้อย่างเปียโน

Raúl Borges 1882-1967
ผมมีเพลง Vals สองสามเพลง โดย Raul Borges , หลังจากนั้นผมเริ่มสร้างประพันธ์ ชุดเพลง Vals สำหรับกีต้าร์โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก นักประพันธ์เพลง Vals ชาวเวเนเชูลาผู้ยิ่งใหญ่ ,ถึงแม้จะไม่มิติของ Vals เหล่านั้นซี่งปกติมีสามหรือสี่ส่วนซึ่งซับซ้อนมากขึ้น  เพลงแรกๆของผมชื่อเพลง Natalia และตามด้วยเพลง Andreina เป็นลำดับต่อมา   ผมตัดสินใจเขียนแบบเพลงวอลซ์ทั่วๆไป ซึ่งมีสองท่อน เช่นเพลง Las Bellas Noches de Maiquetia , Brisas del Zulia, Adios a Ocumare     ถึงแม้ผมจะเขียนเพลง Vals ยืดออกไปเล็กน้อย  โดยวิธีนี้เป็น tonal form ซึ่งนักดนตรีในยุคของผมเรียกว่า Calle Real ( Calleแปลเป็นอังกฤษว่า Street , Real = จริง)  ซึ่งหมายถึง Tonic and Dominant

 Note
คำว่า Vals เป็นภาษาสเปนหมายถึงเพลง วอลซ์ นะครับ
Antonio Lauro เคยศึกษาดนตรีกับ Raul Borger , เป็นนักกีต้าร์ชาวเวเนซูเอลา

7.18.2555

บทสัมภาษณ์ LAURO ( 1 )

คลาสสิคกีต้าร์
Classical Guitar Magazine, Sep 2002
ผมพบ บทสัมภาษณ์ Antonio Lauro  โดย Luis Zea ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยาสาร คลาสสิคกีต้าร์ ฉบับเดือน กันยายน 2002  ซึ่งน่าสนใจจึงคัดบางส่วนมาแปล ( ในแบบของผม ) ส่วนฉบับเต็มท่านผู้อ่านสนใจก็ลองหาซื้อฉบับเต็มย้อนหลังนะครับ

ต่อไปเป็นการสนทนาระหว่าง Luis Zea กับ Lauro ที่บ้านของเขา ใน การากัส( Caracas )   , เวเนซุเอลาเมื่อ มิถุนายน 1984


คลาสสิคกีต้าร์
Luis Zea
Luis Zea:  คุณเห็นด้วยกับความคิดที่ว่า การเล่นเพลงลาตินอเมริกันที่ดีนั้น คุณต้องเป็นคนลาตินอเมริกัน ?      

Lauro:   ผมพูดจากประสบการณ์ของผมนะครับว่าใช่ , เป็นความจริงบางส่วน   เพลง Hungarian csarda เล่นโดย ชาวเปรู หรือโดย นักไวโอลินชาว เวเนซูเอลา โดยดู กระดาษ ( โน้ต )เพียงอย่างเดียว ไม่เหมือนกับ เพลง csarda ที่ถูกเล่นโดยใช้ใจของชาว ฮังการี โดย Gypsy orchestra และ นักยิปซีไวโอลิน   คุณต้องมีบางอย่างของชาวยิปซี , คุณต้องเป็นชาวฮังการี เพื่อที่จะทำให้เพลง มีความรู้สึกเพราะว่ามันมีความแตกต่างอยู่เล็กน้อย การยืดและหดของทำนอง , การเน้น จังหวะ ซึ่งกำหนดโดยการเต้นรำโดย( นักดนตรี )กำหนดเอง ,และ ฟื้นที่ถิ่นกำเนิดของดนตรีนั้น มีอิทธิพลอย่างมาก       คนฝรั่งเศส ร้องเพลง Mexican corrido ไม่เหมือนกับคนเม็กซิกันร้องเพลง coridoของเขา เช่นเดียวกัน คนเม็กซิกันร้องเพลงยอดนิยมของ ฝรั่งเศส เช่น Au Clair de la Lune, หรือ Sur le Pont D'Avignon ไม่เหมือนวิธีที่คนฝรั่งเศสร้อง ,สำเนียงของเสียง สำเนียงการเน้น การออกเสียงตัว r ของชาวฝรั่งเศส   ทุกอย่างมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ทั้งสิ้น
ยุค ฟื้นฟูศิลปวิทยา

Giovanni Pierluigi Da Palestrina

ในกรณีเพลงของผม ธรรมชาติเป็น Vals  ( Waltz ) เล่นโดยชาวเวเนซูเอลา ( Valse  Venezolano) และผมหมายถึงนักดนตรีชาวเวเนซูเอลา ,(ไม่ใช่ทุกคน ) มีโอกาสที่จะเข้าถึงจิตวิญาณ Vals มากกว่าถูกเล่นโดยคนที่ไม่ได้เป็นชาวเวเนซูเอลา


ในหลายๆเพลงของ Bach เราพบ ทำนอง ที่นำมาจากเพลงยอดนิยม ( ในสมัยนั้น ) แม้แต่ เพลงที่ประพันธ์ประกอบทางศาสนา  เขาใช้ทำนองที่นำมาจาก เพลงยอดนิยม  ไม่เพียงแต่ Bach     ,ก่อนหน้านี้เพลงจำนวนมากของ Palestrina( นักประพันธ์ ชาวอิตาเลี่ยน อยู่ในยุค Renaissance ) ตัวอย่างเช่น เพลง Missa Papare Marcelli ( หรือเรียกว่า Pope Mareellus Mass ) - และย้อนพูดถึง เพลงศาสนาของฝรั่งเศสชื่อ  L' Homme Armi ( เพลงยุค ฟื้นฟูศิลปวิทยา ) คนที่รู้จักเพลงนี้ยอมตีความ เพลงได้ดีกว่าคนที่ไม่รู้จัก ดังนั้นจะเป็นการดี ที่ว่ามันมีความจำเป็นสมาชิกของที่ที่เป็นต้นกำเนิดของเพลง เพื่อที่จะเล่นมันได้ดี


คลาสสิคกีต้าร์
จอห์น วิลเลี่ยม (John Williams)
              อย่างไรก็ตาม, ผมขอพูดถึง Venzuelan vals -โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Valse ของผม ซึ่งถูกเล่นโดยนักกีต้าร์ - มันเป็นไปได้ที่จะแนะนำ vals ที่มีเพียง การบันทึกโน็ตลงบนกระดาษ , เพื่อที่จะ เล่นตาม melodic line , โครงสร้าง , การเน้น เสียง , มันเป็นไปได้ที่จะตีความโดยสมบูรณ์แบบ

ยกตัวอย่าง เพลงของผมถูกตีความโดยสมบูรณ์แบบโดย เซโกเวีย (Segovia )และจอห์น วิลเลี่ยม (John Williams) ราะว่า พวกเขาเป็นบุคคลที่เข้าใจตรรกะเพลงที่อยู่เบื้องหลังแต่ละวลีเพลงโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องหมายบ่งชี้เช่น Dynamic making อะไรทำนองนี้      

ขณะนี้ผมหมายถึง vals ของผมและ Venezuelan vals ทั่วๆไป นักแสดง( ดนตรี ) จะต้องเข้าใจโน้ตดนตรีและดูทั้งหมดที่บรรจุภายในในแง่ dynamic, tempo,accents เป็นต้น 



คงได้ข้อคิดบ้างนะครับ บางครั้งเราเล่นเพลงโน้ตถูกต้องหมดทำไมสำเนียงไม่ออก  หรือกรณี นักร้องเพลงลูกทุ่งไทย ร้องเพลงมนต์รักเพลงลูกทุ่ง แต่ไม่เคยไปเหยียบโคลนเลย นึกภาพ ชนบทไม่ออกอย่างนี้ ร้องอย่างไร ก็ฟังไม่เป็นมนต์รักลูกทุ่งนะครับ

Note: Csardas เพลงเต้นรำฟื้นบ้านของชาวฮังการี    มักจะนำมาเล่นโดย วงออเคสตรา ยิปซี        

8.08.2554

สายเลือด Torres (Guitar Marker) ไปสู่นักฟุตบอลอาชีพ Fernando Torres ?

Antonio de Torres
ทอร์เรส มีชื่อเติมๆ ว่า Antonio de Padua Pedro Cayetano de Torres Junado เกิิดเมื่อ 13/6/1817 

พ่อ ชื่อ Juan Ramon de Torres Garcia และคุณแม่ Maria del Carmen Jurado Garcia  

ญาติฝั่งพ่อ 
ปู่-ย่า Juan-Josep Torres Garcia และ Ana Petromila Garcia de Torres 
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ปู่ ) Cristobal de Torres - Isabel Garcia
ทวด ( พ่อ-แม่ ของ ย่า )  Nicolas - Antonio Garcia Gallardo-  Tuana de Torres 

กลับมาดูญาติ ฝั่งแม่บ้าง 
ตา-ยาย Antonio Jurado Vaca -Juana Petronila Sequna 
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณตา ) Cayetano Jurada - Josefa Vaca  
ทวด ( พ่อ-แม่ คุณ ยาย ) Gregoria Gareia  - Luisa Sequra

มีภรรยาคนแรก คือ  Juane Maria de Jesus de Haro ( 21/3/1821 -13/3/1845 )  
  1.  Maria Dolores Isdra Indalecia Torres Lopez ( 15/5/1836 - ? ) 
  2.  Jusefa Maria Torres Lopez (7/4/1839-1842 บางข้อมูลแจ้งว่า 1845 ) 
  3.  Jusefa Maria Torres Lopez ( 19/9/1842-2/5/1843 ) "คนที่สองและคนที่สามไม่ได้เขียนผิดนะครับ ลอกตามประวัติจริงๆ ถ้าได้ข้อมูลที่ปรับปรุงเมื่อไรจะรีบนำมาแก้ไขครับ"

Josefa Martin Rosado ภรรยาคนที่สอง
ภรรยาคนที่สอง ชื่อ Josefa Martin Rosado ( 9/5/1837-22/2/1883 )  มีบุตรด้วยกัน 5 คน ไล่ตามนี้ 
Antonio de Torres บุตรคนที่ 3
Matilde Torres Martin บุตรคนที่4

  1. Teodoro Juse Julian de la Santisma Trinidad Torres Martin ( 9/11/1860-24/4/1911 )
  2. Isbel Maria Ana Jusefa de la Santisima Trinidad  Torres Martin ( 19/11/1862-1860 )
  3. Antonio de Padua Julian de la Santisaima Trinidad  Torres Martin ( 9/1/1868-?  )
  4. Matilde Torres Martin ( 3/1872-31/1/1933 )  หน้าตาถอดแบบแม่มาเลยครับ
  5. Ana Torres Martin ( 1876-1902 )
ไล่มาสี่รุ่นเลยครับ สังเกตว่าตั้งแต่รุ่น พ่อแม่ขึ้นไป เหมือนมีชื่อนามสกุลคล้ายๆกันซึ่งอาจเป็น ญาติห่าง ( เป็นความนิยมขอคนสเปนสมัย สองร้อยกว่าปีมาแล้วหรือเปล่า ต้องศึกษาต่อไปในอนาคตครับ )    สังเกตว่า คนสเปนสมัยก่อนจะมีชื่อซ้ำๆกันเยอะ เช่น ( พระแม่มาเรีย ) Maria ชื่อนี้เป็นที่นิยม Tarrega เคยแต่งเพลง ชื่อ Maria เหมือนกันแต่ไม่ได้ ระบุว่าให้คนไหนครับ ( เพราะ ชื่อนี้ เยอะเหลือเกิน ) เพลงนี้ต่อมาเป็นเพลงดังของ  Tarrega เพราะ คนชื่อมาเรียซึ่งมีจำนวนเยอะ อาจคิดว่าเป็นเพลงของตัวเองครับ , แอนโทนิโอ (Antonio )หรือ แอนนา ( Ana ) ก็มีซ้ำเยอะครับ
    ชั้นเหลน Juan Francisco Salvador และ Marian Romanillos ถ่ายที่ Almia 1992
    ชื่อ-สกุล ของเสปน ดูแล้วไม่คุ้นสำหรับคนไทย   ผมจะแยกชื่อเป็นสี่ส่วนดังนี้ครับ   ชื่อ  1 แรกจะเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ , 2 ชื่อที่สอง จะเป็นชื่อนักบุญต่าง ( ชื่อกลาง) 3 ชื่อที่สามจะเป็นชื่อ สกุลของพ่อ,  4 ชื่อที่สี่จะเป็นสกุลของแม่
    เช่น Jusefa Maria Torres Lopez  ก็จะแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้    1Jusefa   2Maria  3Torres   4 Lopez หรือ
    Matilde Torres Martin ก็ชื่อ  Matilde ส่วนชื่อกลางยุคหลังๆ ถ้าไม่เคร่งศาสนา บางทีเขาก็ไม่ตั้งครับ
    ส่วนคำว่า de แปลว่า จาก,ของ ใส่ก่อนชื่อสกุล พ่อแม่ สังเกตว่าช่วงหลังก็ไม่เป็นที่นิยมแล้ว ในทางปฎิบัติแล้วก็จะใช้ชื่อแรก( ที่พ่อแม่ตั้ง )และชื่อสกุลของพ่อ เช่น Antonio Torres         สำหรับฝ่ายหญิงเมื่อแต่งงานแล้วไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุลตามสามี และลูกก็ใช้นามสกุลร่วม ระหว่างพ่อและแม่ ครับ
    ถ้าใช้กฎอย่างนี้ เมื่อฝ่ายหญิงแต่งงานไปแล้ว ได้ลูกสาว สกุลของแม่ก็จะหายไป เมื่อถึงรุ่นหลานครับ
          
             ** ผมสงสัยส่วนตัวครับว่า  Fernando José Torres Sanz นักบอลชื่อดัง เป็นสายของ Torres หรือเปล่าเพราะตาม กฎ ตรงนี้ เป็นชื่อสกุลสืบจากฝ่ายพ่อนะครับ  **


    Fernando José Torres Sanz