หน้าเว็บ

www.mi-favorita.blogspot.com

www.mi-favorita.blogspot.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nocturne แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Nocturne แสดงบทความทั้งหมด

7.10.2555

Short Biography -Carl Henze

 คาร์ล เฮนส์  (  Carl Henze  )



Complete Works For Guitar
  1. Nocturne  

  2. Under The Green Wood Tree

  3. Mazurka

รายชื่อพลงานเพลงเท่าที่ทราบมีแค่ สามเพลงนี้เท่านั้นครับ , เป็นเพลงสำหรับเล่นง่ายๆแต่โดยส่วนตัวผมชอบทั้งสามเพลงครับ  เพลงของ C. Henze เท่าที่ผมสังเกตคนญี่ปุ่นนิยมเล่นกันเยอะมากครับ ไม่ทราบเพราะ Yamaha นำไปบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนหรือเปล่า ส่วนใครสนใจฟังพลงานของเขาผมแนะนำ ปกด้านล่างเลยครับ มีทั้ง Nocturne และ Under The GreenWood Tree  เป็นอัลปัมที่สนับสนุนโดย ยามาฮ่า 

 และจากรายชื่อเพลงที่เขาแต่ง ผมมั่นใจอย่างหนึ่งว่า นักดนตรีในดวงใจ สำหรับ C.Henze คือ โชแปงครับ 

In My Dreams
" In My Dreams "


จากประวัติ สั้นๆของเขา     คารล์  เฮนส์ เกิดเมื่อ 14 ธันวาคม 1872 เบอร์ลิน และเสียชีวิตเมื่อ 7 มกราคม 1946ที่ เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์ก ประเทศ เยอร์มันนี   เป็นบุตรของ จิตรกรชื่ออ็อตโต
และ และนางคลาร่า   ( O tto and Clara H  )
Carl He

เขาซื้อกีต้าร์ครั้งแรกเมื่ออายุได้ 15 ปี  และได้เรียนกับนักกีต้าร์ที่ชื่อ  Wilhelm Conrad  โดยเรียน ทั้ง Zither ,กีต้าร์ , การประสานเสียง  จนถึงปี 1890         

** หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 1890-1892   เรียนแมนโดลิน  กับนักแมนโดลินชื่อ  Michele Fasano  ที่เบอร์ลิน  ในปีเดียวกันนี้บางข้อมูล บอกข้อมูลอีกแบบ ว่า   ได้เข้าหลักสูตร แมนโดลินที่ neapolitanischen Mandolinisten โดยเรียนกับครูที่ชือ Michele Fasano  ในปี1892-1894 เขาึศึกษากับ August Zurfluh ( ศึกษาจาก  Miguel Llobet ที่ปารีสมาอีกทีหนึ่ง  )  **

ในปี 1896 เขาตัดสินใจที่จะสร้างตัวเองในบ้านเกิด โดยเป็นครูสอนกีต้าร์และแมนโดลิน  และในปีเดียวกันเขาได้ก่อตั้ง สโมสรแมนโดลิน ( Mandolin Club ) ที่ชื่อ "Con Amore“

1900 เขาเข้า เป็นสมาชิกของ International  Association of Guitarist ใน München 


ในปี 1914 เขาตั้ง Berlin Mandolin and Lute Orchestra  

  
1919  เขาเป็นFederal conductor (DMGB) 


1894-1896  เขาได้ออกทัวร์ ในยุโรปกับ Fasanos Sextett  

1912-1915 เขาได้สอนกีต้าร์และแมนโดลินให้กับลูกชายตัวเองชื่อ Bruno Henze 


 พอสรุปได้ว่า    Carl Henze  เป็นนักกีต้าร์และแมนโดลิน , นักแต่งเพลง , Conductor , เป็นครูสอนดนตรี และเขาอาจเป็นครูสอนแมนโดลินที่มีชื่อเสียงที่สุดในเบอร์ลินในยุคนั้นเลย 

Link ที่เกี่ยวข้อง

9.26.2554

John Field Father of Romantic Nocturne

Father of Romantic Nocturne
ไหนๆ ก็ เขียนเรื่อง Nocturneของ โชแปง แล้ว เลยเขียนประวัตินักดนตรีที่มีอิทธิพลต่อโชแปงซะหน่อยแล้วกัน เขาชื่อ John Field เป็นชาวไอริช ( 5 September 1782 – 23 January 1837 )เกิดในครอบครัวนักดนตรี เป็นทั้งนักPiano ,นักประพันธ์ และ ครู  เกิดใยยุค คลาสสิกและเสียชีวิตยุคโรแมนติก  เขาเขียน Nocturne No.1 เมื่อปี 1812
ตามประวัติทางดนตรีแล้วถือว่า Nocturne ถูกเขียนเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรกดังนั้นจึงถือว่าเป็น Father of the Romantic Nocturne ด้านล่างเป็น List ชื่อเพลง Nocturne ที่เขาแต่งขึ้น


Nocturne for piano (12) in E major
Nocturne for piano (7) in A major
Nocturne for piano No. 1 in E flat major
Nocturne for piano No. 2 in C minor
Nocturne for piano No. 3 in A flat major
Nocturne for piano No. 9 in E flat major
Nocturne for piano No. 4 in A major
Nocturne for piano No. 5 in B flat major
Nocturne for piano No. 6 in F major
Nocturne for piano No. 7  in C major
Nocturne for piano No. 8  in E minor
Nocturne for piano No. 10 in E major
Nocturne for piano in C major "Le troubadour"
Nocturne for piano No. 11 in E flat major
Nocturne for piano No. 12 in G major
Nocturne for piano No. 13  in D minor
Nocturne for piano No. 14  in C major
Nocturne for piano No. 15 in C major
Nocturne for piano No. 16  in F major
Nocturne for piano in B flat major
Nocturne for piano "Dernière pensée" (lost)

John Field
Philharmonic Hall ,c 1835
ในปี1902 เขาได้ทัวร์คอนเสิร์ต เริ่มจากปรารีสและจบลงที่ St Petersburg ( รัสเซีย ),  มีประวัติว่า John Field เคยมาแสดงที่ Philharmonic Hall หลังจากแสดงจบ Field  กลายเป็นที่รักของสังคมที่ทันสมัย แห่ง St Petersburg

 ยังมีเพลงเอื่นๆนอกเหนือจากนี้อีกมากมาย ซึ่งไม่ได้นำมาลงไว้ในที่นี้  ตามที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ Field มีอิทธิพลมากมายต่อวิธีการเขียนเพลงของโชแปงดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าไม่มี Nocturne ของ Fieldก็ไม่มี Nocturne ของ  โชแปง เช่นกัน
   

9.05.2554

ผมรู้จัก Nocturnes เพราะโชแปง


ก่อนอื่นก็สารภาพก่อนครับ  ผมฟัง Op.9 No.2 อยู่นาน( หลายปีมาแล้ว ) รู้สึกว่าเป็นเพลงที่มีความสวยงามพริ้วไหวมีเสน่ห์ ทราบชื่อคนแต่งแต่ไม่ทราบชื่อเพลงครับจนหาชื่อเพลงเพื่อเล่นบนกีต้าร์เลยทราบว่าเพลงนี้จัดอยู่ในชุด Nocturneเป็นผลงานหมายเลข 9 หมายเลข 2 ครับ  แต่ไหนๆก็ไปหาชื่อเพลงมาแล้วก็เลยเขียนผลงาน Nocturnes อื่นๆของโชแปงไปด้วยเลย
Op.9 No.2 ถือว่าเป็น Mi-Favorita  ของผมเหมือนกันและก็คงเป็นเหมือนหลายๆคนส่วนใหญ่ก็จะชอบเพลงนี้เหมือนกัน 

List ชื่อเพลง Nocturne ของ โชแปงทั้งหมดมีดังนี้
  • Op. 9 No.1 in Bb minor  , Composed 1830-1832 , Published 1833
เพลงนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกใน ฝรั่งเศส ,  เยอรมนีและอังกฤษ โดยได้ประพันธ์บางส่วนในเวียนาและเสร็จสมบูรณ์ในฝรั่งเศส   
Marie Pleyel
Op.9 ทั้งหมายเลข 1-3  ( dedicated to ) อุทิศ ให้แก่ Marie Pleyel นักเปียโนชาว เบลเยี่ยม 
  • Op.9 No.2 in Eb minor  , Composed 1830-1832 , Published 1833
เพลงนี้นักวิจารณ์บอกว่ารูปแบบคล้ายๆ เพลงของ  John Field ชื่อเพลง Nocturne No. 9 ใน Keyเดียวกันด้วย ลองหาฟังดูนะครับ , คอกีต้าร์หาฟังได้ในVersion ที่ Tarrega นำมาเรียบเรียงเล่นกับกีต้าร์ได้ครับ
  • Op.9 No.3 in  B minor  , Composed 1830-1832 , Published 1833
  • Op.15 No.1 in F major  , Composed 1830-1832 , Published 1833
Ferdinand Hiller
Op.15 ทั้งหมายเลข 1-3 อุทิศให้กับ  Ferdinand Hiller ชาวเยอรมัน เป็นนักแต่งเพลง , conductor and music director.
  • Op.15 No.2 in  F# major  , Composed 1830-1832 , Published 1833
  • Op.15 No.3 in  G minor  ,Composed 1833 , Published 1833
  • Op.27 No.1 in  C# minor  , Composed 1835 , Published 1835
OP.27 ทั้งสองหมายเลข อุทิศเพลงนี้ให้กับ Countess d’Apponyi ภริยาของเอกอัคราชฑูตออสเตรียประจำกรุงปรารีส ซึ่งเป็นคนเดียวที่ชักนำ Johann Strauss เจ้าพ่อเพลง วอลซ์ เข้าสู่ปารีสในปีเดียวกัน 
  • Op.27 No.2 in  Db major  ,Composed 1835 , Published 1837
  • Op.32 No.1 in  B major   ,Composed 1837 , Published 1837 
OP.32 ทั้งสองหมายเลข อุทิศเพลงนี้ให้กับ Madame la Baronne  
  • Op.32 No.2 in Ab major  , Composed 1837 , Published 1837
  • Op.37 No.1 in G minor  ,Composed 1838 , Published 1840
  • Op.37 No.2 in G major  , Composed 1839 , Published 1840
  • Op.48 No.1 in C minor  , Composed 1841 , Published 1841
OP.48 ทั้งสองหมายเลขอุทิศเพลงนี้ให้กับ  Laure Duperré
  • Op.48 No.2 in F# minor  , Composed 1841 , Published 1841
  • Op.55 No.1 in F minor  , Composed 1842-1844 , Published 1844
OP.55 ทั้งสองหมายเลข อุทิศเพลงนี้ให้กับ Jane Stirling เป็นนักเปียโนสมัคเล่นชาวสกอต เป็นทั่งนักเรียนและเพื่อน ของโชแปงเอง เธอได้พาโชแปงไป ทัวร์ที่อังกฤษและสกอตแลนด์ในปี 1848
Jane Stirling
  • Op.55 No.2 in Eb major  , Composed 1842-1844 , Published 1844
  • Op.62 No.1 in B major , Composed 1846 , Published 1846
OP.62 ทั้งสองหมายเลข อุทิศให้กับ Mdlle. R. de Konneritzและเป็น Nocturne สุดท้ายในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่
  • Op.62 No.2 in E major ,Composed 1846 , Published 1846
  • Op.72  in E minor   ,Composed 1827-29 , Published 1855
  • Op.P1 No.16 in C# minor , Composed 1830 , Published 1870
Ludwika Chopin
เพลงนี้แต่งให้กับพี่สาวของโชแปง  Ludwika Chopin เป็นเพลงที่ Ludwika ใช้ exerciseก่อนศึกษาเพลง Piano Concerto No. 2 in F minor ( Chopin )
  • Op.P2 No.8 in C minor  , Composed 1837 , Published 1870 
ทั้ง Op.P1 No.16และ Op.P2 No.8 ถูกนำไปตึพิพม์หลังจากเจ้าของ บทเพลงเสียชีวิตไปแล้วถึง 26 ปี
John Fileld

จาก List รายการ ทำให้ทราบว่า โชแปง แต่งเพลง Nocturme สำหรับ Solo บน Pianoมากที่สุด  21 บทเพลง Key เพลงไม่ซ้ำกันด้วย อย่างนี้เรียกว่าอะไรดี ? รองลงมาเป็น John Filed ชาวไอริส 18 บทเพลง และ   Carl Czerny ชาวออสเตรีย 17 บทเพลง


Franz Liszt
Franz Liszt นักประพันธ์/เปียโน ยุคเดียวกันยืนยันว่า Nocturne ของโชแปง ได้รับอิทธิพลจาก Vincenzo  Bellini นักประพันธ์โอเปรา  (opera ) ชาวอิตาลี ( ในเพลง bel canto ) แต่หลายคิดว่า เขาผสม โครงสร้างทางดนตรี ของJohn Filed กับเสียงMelody ของโมสารท์ และแสดงออกในรูปแบบ อิทพลของ classic/romantic        อย่างไรก็ตามคำถามนี้ถ้าถามโชแปงผมเดาว่าเขาคงตอบว่า ได้รับอิทธิพล จาก John Filed ครับ

ในการพิมพ์แรกๆ ผลงานของโชแปงได้รับปฏิกิริยาหลากหลายจากนักวิจารณ์ หลายคนไม่ชอบผลงานของเขา อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนที่ไม่ชอบผลงานเขากลับมาติดตามอีกครั้ง 

    8.18.2554

    Nocturne for Night Music

    เวลาเจอเพลง ที่เขียนว่า Nocturne จะมีอะไรต่อท้ายก็แล้วแต่ เช่น OP.15 No.2 ให้นึกเพลง บรรเลงสำหรับกลางคืนครับ เพราะ Nocturne มาจากภาษาฝรั่งเศษ แปลว่ากลางคืน หรือเจอคำอื่นๆเที่เขียนคล้ายๆก็ให้ตีความหมายแบบเดียวกันเช่น  Noctunus ( ลาติน ), Notturno ( อิตาเลี่ยน )คำนี้พบว่าทางญี่ปุ่นก็นิยมใช้ครับ หรือภาษาอังกฤษก็เขียนว่า Noctunal         ทำนองส่วนใหญ่ ก็ไปทางสงบ , มีสมาธิ ให้นึกถึงกลางคืนในสมัยก่อนนะครับ แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้ประพันธ์เพลงแต่ละท่าน 


    Nocturne เริ่มปรากฏเป็นชื่อบทเพลงใน ศตวรรณที่ 18 โดยมีข้อสังเกตว่า โมสาทร์( Wolfgang Amadeus Mozart ) ก็มีชื่อเพลง Notturno in D , K 286 แล้ว

     พูดถึง Nocturne อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ โชแปง ( Frédéric Chopin )    โชแปง  ประพันธ์เพลง Nocturne ไว้ถึง 21 บท ในแต่ละบทเพลงก็ใช้ Key ไม่เหมือนกันเท่ากับแต่ง 21 เพลงใช้ถึง 21 Key !     ส่วนบทเพลงที่ผมประทับใจที่สุดก็ เป็น  Nocturne in E-flat major , Op.9 No.2  เพลงนี้ถึงแม้เขียนไว้สำหรับเปียโน ก็มีนักกีต้าร์หลายคน Transciption สำหรับเล่นบนกีตาร์ด้วย เช่น Francisco Tárrega หรือ Dilermando Reis อีกคนหนึ่งคือ Carl Henze ชาวเยอร์มัน ได้แต่งเพลงนี้สำหรับเล่นบนกีต้าร์ เป็นบทเพลงที่เล่นง่ายและมีความไพเราะอยู่ในตัว         

    พูดถึงเพลง Nocturne ส่วนใหญ่คนจะนึก โชแปง ( รวมทั้งผมด้วย ) แต่มี อีกคนที่ถูกมองว่าเป็น Father of the Romantic Nocturne เป็นชาวไอริช ชื่อ  John Field เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลังครับ